KITTISAK's profile_ * _ • · . · • Piety ...PhotosBlogListsMore Tools Help

_ * _ • · . · • Piety • · . · • _ * _

Indies Love

KITTISAK KUWJUN

Windows Media Player

Photo 1 of 17
December 10

ความจริงของสิ่งที่เรียกว่า...ความเหงา

ความรัก เหงา

 

ความจริงของสิ่งที่เรียกว่า...ความเหงา
มันคือการที่เรา ไม่เคยคิดแสวงหา
สิ่งที่เรียกว่า ความสุขให้มีเข้ามา
แล้วก็ว่า ความเหงานั้นทำร้ายใจ

ที่จริงแล้ว ความเหงาสิน่าสงสาร
ความเหงานั้น ทรมานเธอว่าไหม
ทั้งที่หวังดี แต่ไม่มีใครเห็นค่า ในความห่วงใย
เห็นไหม เห็นไหม น่าช้ำใจสิ้นดี

ที่จริงแล้ว ความเหงาเป็นห่วงเรานะ
ที่เข้ามานะ แค่อยากเตือนเธอเท่านั้น
ให้รีบหาใครอีกคน คอยเติมเต็มความสุขให้กันและกัน
อย่าให้เหมือนความเหงา ที่แม้แต่เธอยังไม่ต้องการ

 

November 23

กั๊กกะกาวน์

 

My  Space

กั๊ก = a shirt usually be worn by artists = the character of the main actor

กาวน์ = a doctor long white coat usually be worn by doctors = the character of the main actress

ดูแล้วก้อมานั่งคิด

เป็นหนังที่ดูกี่ครั้งกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

ถึงมันจะเป็นหนังที่ฉายมานานแล้ว

แต่มันก็ยังตราตรึงอยู่ในใจผมมาตลอด

เพราะ...

ในเรื่องนี้จะมีเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ซึ่งผมชอบอยู่ด้วย

แถมหนังเรื่องนี้ยังมีอะไรๆให้คิดมากมายอยู่เหมือนกัน

ผมจะยกประโยคที่ทำให้ต้องสะดุดคิดมาให้ดูกัน

.........................

"ในทางการแพทย์ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังมีความรัก" นั่นสิเนอะ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเรากำลังมีความรัก อยากได้แบบที่สามารถพิสูจน์ได้อ่ะ ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แล้วอีกอย่าง....เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังอกหัก"

"ไม่ใช่พี่ไม่อยากคุยกับเขานะหรอกครับ เพียงแต่ว่าตอนนี้พี่ไม่พร้อมที่จะให้คำตอบ ในเรื่องที่ต้องการได้ และอีกอย่าง พี่ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าต้องรอพี่
พี่คิดว่ายิ่งเราคุยกันบ่อยๆ เขายิ่งเป็นห่วงพี่มากยิ่งขึ้น สู้เราห่างกันสักพักหนึ่ง ไว้พี่พร้อม พี่ค่อยไปหาเขาจะดีกว่า"

"ป่าน ไม่คิดอย่างนั้นนะ คำว่าสักพักของคนที่ต้องรอ เวลามักจะช้ากว่าคนทั่วไปเสมอ เรื่องอย่างนี้นะ คนที่ไม่เป็นฝ่ายรอ ก็คงไม่รู้หรอกคะ"

"แต่ยังไงทุกคนบนโลกนี้ ก็ต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้ไม่ใช่หรอครับ คงไม่มีใครที่จะมาอยู่ข้างๆเราได้ตลอดเวลาหรอก
ยิ่งเราปล่อยให้อีกคนหนึ่งนะเขามามีผลกระทบต่อชีวิตเรา มันยิ่งทำให้เรายืนด้วยตัวเองไม่ได้นะครับ พี่คิดว่าอย่างนี้มันยิ่งเป็นการทำร้ายคนๆนั้น"

"มนุษย์ไม่ได้เป็นหุ่นยนต์นะค่ะ และคนเรานะไม่ได้มีเฉพาะร่างกายทำงานเพียงอย่างเดียว ถ้าจิตใจไม่ทำงาน มันก็คงไม่ต่างอะไรกับคนที่เป็นอัมพาต
แค่หายใจ แต่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย การมีใครสักคนนี้แหละคะ ป่านว่ามันเป็นอาหารใจที่ดีที่สุดเลยนะค่ะ"

"และพี่คิดว่า ถ้าคนเรารักมันจริง แค่ใจก็ส่งถึงกันได้ มันไม่จำเป็นที่จะต้องมีเขาอยู่ข้างๆเราตลอดเวลานี้ครับ ขอเพียงแค่เรารู้จักที่จะรัก
โดยไม่เรียกร้องอะไรอีกฝ่ายหนึ่งนะ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ใกล้หรือไกล ราก็ยังคงมีเขาอยู่ตลอดเวลานี้ครับ และนี้แหละครับที่พี่คิดว่า
มันคือการพบกันที่วิเศษสุดเลย"

ลองคิดเล่นๆนะว่าในบทสนทนาว่าเราได้คิดอะไรบ้าง
แต่ละคนย่อมคิดอะไรไม่เหมือนกันอยู่แล้วนี่ ต่างคนต่างความคิด
ส่วนผม กั๊กกะกาวน์ เป็นหนังที่ผมชอบมากๆเรื่องนึง ไม่รู้คนอื่นจะคิดยังไงกับหนังเรื่องนี้นะ
..........................

                                       

 

 

September 01

ลดลง ... แต่กลับได้มากขึ้น


 

หากลดบางอย่างให้น้อยลง คุณอาจได้บางสิ่งกลับมามากขึ้น

ลดความโกรธให้น้อยลง
... ผมได้สติกลับมามากขึ้น

ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง
... ผมได้เงินเก็บมากขึ้น

ลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง
... ผมได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น

ลดการพูดให้น้อยลง
... ผมทำหลายอย่างได้มากขึ้น

คิดถึงคนที่ผมรักให้น้อยลง
... ผมเข้าใจคนที่ผมรักได้มากขึ้น

รักตัวเองให้น้อยลง
... คนอื่นรักผมมากขึ้น

พูดให้ร้ายคนอื่นน้อยลง
... มีคนพูดถึงผมในแง่ดีมากขึ้น

แสดงความฉลาดให้น้อยลง
... ผมได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น

ออกนอกบ้านให้น้อยลง
... ผมได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น

นอนให้น้อยลง
... ผมทำหลายอย่างได้มากขึ้น

คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง
... ผมยิ้มได้มากขึ้น

ลดความอายให้น้อยลง
... ผมได้ความกล้ามากขึ้น

ดูละครน้อยลง
... ผมอ่านหนังสือได้มากขึ้น

ผมวิ่งให้ช้าลง
... ผมมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น

เชื่อให้น้อยลง
... ผมมองเห็นอะไรได้มากขึ้น

ลดทิฐิให้น้อยลง
... ผมรู้จักอภัยมากขึ้น

กระโดดให้น้อยลง
... ผมเดินได้มั่นคงมากขึ้น

กินให้น้อยลง
... ผมอิ่มได้มากขึ้น

ก้มหน้าให้น้อยลง
... ผมมองเห็นได้ไกลขึ้น

พักเหนื่อยให้น้อยลง
... ผมรู้จักความสบายมากขึ้น

เห็นแก่ตัวให้น้อยลง
... มีคนรอดชีวิตมากขึ้น

แบกของหนักให้น้อยลง
... ชีวิตผมเบามากขึ้น

ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง
... ผมโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง
... ผมได้รับการเอ็นดูมากขึ้น

เป่าลมออกให้น้อยลง
... ผมสูดลมเข้าได้มากขึ้น

แอบฟังให้น้อยลง
... ผมได้ยินอะไรมากขึ้น

ผมคิดคำถามให้น้อยลง
... ผมเห็นคำตอบมากขึ้น

..... แล้วคุณลดอะไรได้บ้างแล้วละ ..... 

"รัก" ไม่ใช่เกมการแข่งขัน แต่เป็นเรื่องความรู้สึก

เกมการแข่งขัน . . . เราสามารถกำหนดได้
แต่ความรัก . . . เราไม่สามารถกำหนด

มีคนบอกว่า . . . ความรัก คือ เกมการแข่งขัน
ในเกมๆ หนึ่งจะมีผู้เล่นสองฝ่าย และท้ายที่สุดของตอนจบ
จะต้องมีฝ่ายที่ได้ชัยชนะ และแน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องผู้แพ้

ถ้าความรัก . . . เป็นเหมือนเกมๆ หนึ่ง
"ฉันต้องเป็นฝ่ายแพ้ แล้วต้องออกจากเกมนี้ไป"
และไม่มีทาง กลับเข้ามาเล่นเกมนี้ได้ใหม่

ส่วนผู้เล่นอีกคน . . . เขาคือฝ่ายชนะชนะ
เขายังคงได้เล่นเกมนี้ต่อไป . . .
และพร้อมที่จะรอหาผู้เล่นคนใหม่ๆ
. . . ที่จะเข้ามาร่วมฝ่าฟันอุปสรรค ในเกมไปกับเขา

แต่ความรัก . . . สำหรับฉันไม่ใช่เกม
เพราะมันก็ไม่เหมือนกับเกมเลยสักนิด
เกมหมายถึง การเดิมพัน แต่ความรักไม่ใช่

และที่สำคัญ ในเกมทุกเกม ก็จะมีบทสรุป
. . . ที่ซื้อหาอ่าน หรือคาดการณ์จากสิ่งแวดล้อมทั่วไปได้
และถ้าเราอยากให้เกมนี้จบแบบไหน เราสามารถก็ทำได้

ซึ่งแต่ต่างจาก ความรักโดยสิ้นเชิง
ความรัก . . . ไม่ใช่เกมการแข่งขัน
และไม่มีใครกำหนดได้ว่า . . . บทสรุปของความรักจะเป็นอย่างไร

บทสรุปของความรัก ก็มีอยู่สองแบบ
แบบที่หนึ่ง . . . มีความสุขและ สมหวัง
แบบที่สอง . . . ผิดหวังและเศร้าใจ
บทสรุปของความรัก มันเป็นได้แค่สองแบบนี้จริงๆ

ตัวละครในเกม มันไม่ใช่เรื่องจริง
และตัวละครเหล่านั่น ก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น
ตัวละครในเกม ไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สึก
ไม่ว่าจะแพ้ หรือชนะมันก็ไม่รู้สึกอะไร
และมันยังพร้อมที่จะกลับเข้ามาเล่นใหม่ ได้ตลอดเวลา

แต่ตัวเรา . . . เป็นสิ่งที่มีชีวิต มีความรู้สึก
ถ้าแพ้ . . . ก็เจ็บ หรือไม่ก็เสียใจ  . . . ร้องไห้ได้
ถ้าเปรียบความรักเป็นเกมจริงๆ
คนเราทุกคน ก็อยากจะกลับไปเริ่มเล่นใหม่
และไม่ต้องการให้ตอนจบ . . . มันไม่จบและเจ็บแบบนี้

ในชีวิตจริงเราทุกคน อาจคาดหวังกับความรักมากเกินไป
และหวังว่าในเกมแห่งความรัก จะต้องจบแบบมีความสุข
แต่สิ่งที่เราทุกคนลืมนึกไป ก็คือผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่ง
ไม่ได้หวังหรือคิดอะไรไปพร้อมๆ กับเราด้วย

ในเกมนี้ เขาเลือกที่จะจบเกมของความรัก
. . . โดยที่ไม่มีอีกฝ่ายก็เป็นได้
ซึ่งไม่มีใครรู้ว่า . . .มันจะจบแบบไหน และลงเอยเช่นไร?



 

March 26

ถ้าคุณเคยรักใครสักคน

ฉันไม่มีเหตุผลมากนักในการตัดสินใจ คบหาใครสักคน
เพียงแค่ คุยกัน ถูกใจ เข้าใจกัน นั่นก็เพียงพอแล้ว
แล้ววันหนึ่งก็เป็นฉันเองที่จะบอกคนเหล่านั้นว่า
เราไปกันไม่ได้ วันแล้ว วันเล่า ที่ใครต่อใครผ่านเข้ามาแล้ว ฉันก็ปล่อยให้ผ่านไป
ไม่มีเหตุผล อะไรมากกว่า คำว่า. . เบื่อ . . เหนื่อยหน่าย . .
ไม่มีใครสักคนที่จะได้อย่างใจเรา

ขอโทษเหลือเกิน สำหรับความจริงใจมากมายของหลายหลายคน
สำหรับน้ำตาที่เสียเพื่อฉันคนนี้ เพียงเพราะฉันคนนี้ไม่รู้จักตัวเองดีพอ
ทุกครั้งที่ฉันบอกว่าคุณไม่ใช่ เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะ
ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้ฉันเสียเพื่อนดีดีไปเสมอ
ให้อภัยคนที่คุณว่าใจร้ายคนนี้เถอะนะ

คุณไม่ใช่คนที่ฉันจะสามารถใช้เวลากับคุณได้ตลอดชีวิต
เพื่อนๆ พากันบอกว่าฉันใช้แฟนเปลืองเหลือเกิน พยายามจะหา
the best ไปถึงไหน ไม่ว่า อะไรที่ดี มันต้องมีดีกว่าเสมอ
หรือเป็นเพราะฉันตั้งความหวังไว้สูงเกินไป
...อาจเป็นไปได้ อย่างที่เขาว่า ผู้ชาย/ผู้หญิง ดีๆ ตายไปหมดแล้ว


น่าขำนะ . . ฉันคนนี้ไม่ได้ต้องการคนดีดี
แต่ต้องการเพียงใครสักคนที่จะอยู่ด้วยกันได้
ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขไปตลอดในช่วงเวลาที่เหลือ เท่านั้นเอง

และแล้ววันนี้ . .ฉันก็มีคนๆ หนึ่ง ที่ทำให้ฉันคนนี้ ร้องไห้ได้
ไม่ใช่เสียใจ . . . แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ....ปลื้มใจ . . . มีความสุข
เขาไม่ได้ทำอะไรแตกต่างไปจากคนอื่นมากมาย แค่คนธรรมดา
ไม่ได้รูปหล่อ/สวยเหมือนบางคน . . ไม่ได้รวยอย่างใครใครคาดหวัง
แต่ .. . . มีความรัก ให้ฉันคนนี้มากมายอย่างที่ไม่อาจจะคืนกลับไปได้หมด

ฉันคนนี้ . . . คนที่ไม่เคยเชื่อว่าความรักมีในโลก
ไม่เคยเชื่อว่าจะรักใครได้มากกว่าตัวเอง
ไม่เคยที่จะคิดถึงเรื่องของใครมากกว่าตัวเอง ....ความรัก
แต่ ณ วันนี้. .ฉันกลับร้องไห้ทุกครั้งเมื่อได้ยินคำบอก...รัก...รัก...รัก
....ฟังดูอบอุ่น อ่อนหวาน....แตกต่างกับคนอื่นนัก
และฉันก็รู้ว่าฉันคงตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว
ทุกวันนี้ฉันกับเขาก็ตกลงแต่งงานอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขที่สุด

ฉันจึงอยากฝากบอกเพื่อนๆ ว่า . .
ถ้าคุณรักใครสักคนคุณจะรู้สึกได้ในนาทีนั้นว่าคนคนนี้ที่คุณรอคอยมานาน
ที่คุณจะสามารถใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่เคียงคู่กับเขาได้ . .
ทุกๆ นาทีที่ผ่านไป มีความหมาย มีความสุข มีแต่ความทรงจำที่เรียกรอยยิ้มเสมอ

หากคุณคบใครสักคนแล้วอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข
คุณก็อย่าฉุดรั้งเขาไว้จะดีกว่า
ปล่อยให้เขาไปหาคนที่อาจจะมีคนที่เหมาะสมกับเขาจะดีกว่า
เพราะนั่นมันหมายถึงว่า . .
เราอาจจะได้เจอคนที่ดีกว่าและใช่กว่าเขาคนนั้นก็เป็นไปได้

ฉันคนนี้เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อในรักจนถึงวันนี้
และหวังว่า . . . คุณ ..คุณ..และคุณ ทุกคนจะเจอจะพบ
ใครสักคนที่คุณจะรู้สึกได้ในนาทีนั้นว่า
"คนนี้แหล่ะที่คุณจะใช้ชีวิตด้วยได้ ในเวลาที่เหลือ"

 

 
by 
More...